มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะเสนอแนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง ใส่ความรู้ที่เกี่ยวโยงกับการลงทุนก่อน พอเพียงพวกเรารู้เรื่องเยอะขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเหมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกัน
แล้วถ้าหากพวกเราจะเปิด พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ? ปัญหาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วตอนที่จะเปิด พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยเสนอแนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญก่อน

1. อัตราคอมไม่ชัน
อย่างที่พวกเรารู้กันว่า ครั้งใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อและก็ขายหุ้นนั้น เว้นแต่ราคาหุ้นที่พวกเราจำเป็นต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจำต้องจ่ายค่าธรรมเนียมค้าขายหุ้น หรือที่เรียกกันชินปากว่า ค่าคอมไม่ชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท ถ้าหากโบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมไม่ชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราควรต้องจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท รวมทั้งในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมไม่ชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
และก็เมื่อใคร่ครวญผลกำไรจากการซื้อแล้วก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันมีต้นเหตุมาจากค่าคอมไม่ชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังกล่าวข้างต้น พี่ทุยเสนอแนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าไรยิ่งดีแค่นั้น
2. 
ไม่มีคุณค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย
ค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย เป็น ค่าใช้จ่ายอย่างน้อยต่อการค้าขายต่อวัน อาทิเช่น โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 0.25% แต่ว่ามีอย่างต่ำอยู่ที่ 50 บาท แปลว่า หากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น โน่นเป็น พวกเราซื้อทั้งหมดทั้งปวงรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมไม่ชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วถ้าหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเพิ่มเติมอีกเลย พวกเราควรต้องเสียค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 50 บาท เพราะว่าเป็นอย่างต่ำที่โบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแค่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยธรรมดาเงินออมบางทีก็อาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาจำหน่ายชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายตัว และแบ่งเข้าซื้อหลายรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในทุกๆวันยังเป็นจำนวนเงินไม่มากมาย มีลัษณะทิศทางที่จะจำเป็นต้องจ่ายค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำกันทุกวี่วันที่มีการจำหน่ายหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
โน่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะเหตุไรจำเป็นต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมไม่ชันอย่างน้อยนั่นเอง
3. 
วัสดุ
อุปกรณ์ที่พวกเราเอ๋ยถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยให้พวกเราค้าขายหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับค้าขายหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บแล้วก็แอปพลิเคชัน ได้เลย หรือถ้าหากลงทุนมาสักระยะถ้าหากมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้ปรับพวกเราจำหน่ายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเหตุว่าจะช่วยให้พวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถถามกับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีอุปกรณ์อะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. 
ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับเพื่อการจำหน่ายหุ้นให้กับพวกเรา บางเวลาพวกเราบางครั้งก็อาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดวัน หลายครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงด้วยเหมือนกัน แต่ว่าความจำกัดก็คือส่วนมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าหลายๆคน หากมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มลงทุนบางครั้งอาจจะมิได้รับการติดต่อเยอะแค่ไหน ด้วยเหตุนี้หากพวกเรามีปัญหาบางทีอาจจะควรเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อซักถามรายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ด้วยตัวเอง
5. 
บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกต้นเหตุนึงที่สำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนตัวสำหรับเรามีความคิดว่าบทวิจารณ์เป็นราวกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้านี้กระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยเลือกหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มอีกว่าพวกเราน่าจะค้าขายยังไง Read more มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มาจับผิดหุ้นกัน??

มาจับผิดหุ้นกัน??

การ จับผิด” ตัวหุ้นที่มองเห็นได้ง่ายรวมทั้งแจ่มชัดที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของจำนวนการค้าขายหลักทรัพย์ในตลาดวันต่อวัน หุ้นตัวไหนที่มีจำนวนการค้าขาย มากยิ่งกว่าธรรมดามากมาย” นั้นคงจะวัดจากจำนวนการค้าขายหุ้นเทียบกับ Market Cap. ของหุ้นของบริษัท โดยปกติ ผมมีความรู้สึกว่าหุ้นที่มีจำนวนการค้าขายต่อวันสูงขึ้นยิ่งกว่า 1%


ก็คงจะนับได้ว่าเป็นหุ้นที่มีการ เก็งกำไร” สูง ซึ่งก็คือว่ามีคนเล่นหุ้นตัวนั้นมากมาย เป็นซื้อหุ้นมาเพื่อขายต่อทำเงินอย่างเร็ว พวกเขาคงจะมิได้นึกถึงเรื่องของเบื้องต้นของกิจการค้านักแม้กระนั้นมักเน้นย้ำที่ข่าวสารหรือ สตอปรี่” ของบริษัทที่ชอบไม่ค่อยใช่หรือเป็นได้ยาก ด้วยเหตุนั้น เวลาพวกเราพินิจพิจารณาหุ้นพวกนี้ พวกเราบางครั้งก็อาจจะต้องระมัดระวังว่า ราคาหุ้นบางทีอาจจะสูงขึ้นยิ่งกว่าราคาเบื้องต้นหากเรื่องราวต่างๆนั้นได้โอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นหรือเปล่าเสร็จสูง อย่างไรก็แล้วแต่ จำนวนจำนวนการค้าขายหุ้นนี้ก็อาจจะควรมีการคาดคะเนว่ามันสูงเกิน 1% ไปๆมาๆน้อยมากแค่ไหน อย่างเดียวกัน พวกเราจำเป็นต้องมองว่าจำนวนหุ้นเวียนในตลาดของหุ้นตัวนั้นเป็นยังไง เนื่องจากถ้าหากหุ้นหมุนวนนั้นมีน้อยได้แก่ มีเพียงแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ อัตราการค้าขาย 1% ก็จะยิ่งมองสูงมากขึ้น แม้กระนั้นถ้าเกิดหุ้นเวียนสูง อัตรา 1% ต่อวันก็บางครั้งก็อาจจะยอมรับได้
การจับผิดในด้านของราคาหุ้นนั้น สิ่งที่ผมจะมองก็คือ ความเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น” โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ รุนแรง” มากมายนั้น ราคาที่ปรับนิสัยขึ้นหรือลงชอบสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดามากมาย บางวันกระโจนขึ้น 3-5% โดยที่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลยหรือมีแม้กระนั้นข่าวสารที่มิได้น่าเร้าใจในด้านของเบื้องต้น เช่น ผู้บริหารหรือ ที่มาของข่าว” คาดว่าผลกำไรตรีนพคุณนี้จะ โต” ฯลฯ ลักษณะของราคาหุ้นที่ดีดตัวขึ้นแรงเป็นบ่อยนั้น สิ่งที่ผมไม่ค่อยสบายใจก็คือ มันบางครั้งอาจจะเป็นหุ้นที่ถูก “Corner” หรือหุ้นที่ผู้บริหารและก็/หรือนักลงทุนรายใหญ่ได้ซื้อหุ้นจนกระทั่งหลงเหลืออยู่ในมือของนักลงทุนรายย่อยน้อยมากกระทั่งทำให้เมื่อมีคนเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มเติม ราคาก็จะ กระโจน” ขึ้นไปแรงมากมาย ในเหตุการณ์แบบงี้ ราคาหุ้นก็ชอบ อยู่สำหรับในการควบคุม” ของคนบางบุคคลหรือบางกรุ๊ปได้
ท้ายที่สุดในเรื่องของราคาหุ้นก็คือ ผมชอบมอง Market Cap. ของหุ้นก่อนจะเริ่มเข้าไปพินิจพิจารณา เพราะเหตุว่าค่าตลาดของหุ้นนั้นมันบอกถึง ขนาด” ของธุรกิจการค้าว่ามันใหญ่ขนาดไหน ซึ่งผมก็ชอบมองว่ามันอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร คู่ปรับที่มีขนาดใหญ่มี Market Cap. มากแค่ไหนเทียบกับขนาดของบริษัท หากพบว่าบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มิได้ใหญ่มหึมานักหรือยอดจำหน่ายของบริษัทก็มิได้สูงมากมายแม้กระนั้นราคาหุ้นของบริษัทเวลานี้สูง เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท” ผมก็จึงควรระวังมากมายเวลาพินิจพิจารณา หรือไม่ก็เลิกดูหรือเลิกพอใจไปเลย เนื่องจากว่าช่องทางที่พวกเราจะซื้อหุ้นน่าจะมีน้อย หรือถ้าเกิดซื้อก็ได้โอกาส ไม่ถูกอย่างแรง” สูง Read more มาจับผิดหุ้นกัน??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น ตัวจะต้องมองอะไรบ้าง เป็นอีก ปริศนาคลาสสิกที่ถามง่าย แม้กระนั้นตอบยากมากมาย เนื่องจากว่าปัญหานั้นช่างยืดยาวเกินกว่าจะตอบให้จบได้ในบรรทัดเดียว อย่างกระนั้นเลย วันนี้ ก็เลยเขียนเนื้อหาของบทความขึ้นมาตอบให้เสียเลยว่า การจะซื้อหุ้นสักตัวนั้นจำต้องไตร่ตรองอะไรบ้าง

1 ต้นสายปลายเหตุมหภาค บริษัทได้รับผลพวงต่อต้นสายปลายเหตุมหภาคอย่างไรบ้าง ชี้แนะให้พินิจจาก PESTEL Model อาทิเช่น การบ้านการเมือง เศรษฐกิจ,รูปแบบทางสังคม,เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม แล้วก็ข้อบังคับ ลักษณะอุตสาหกรรม บริษัทได้อยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด รวมทั้งอุตสาหกรรมมีความรู้สำหรับเพื่อการแข่งเยอะแค่ไหน ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก 5 Forces Model เป็นต้นว่า สาเหตุจากลูกค้า,สาเหตุจากคู่ค้า สาเหตุจากการประลองในอุตสาหกรรมเอง,ต้นเหตุจากผู้เล่นรายใหม่ รวมทั้งสาเหตุจากผลิตภัณฑ์ชดเชย ฐานรากบริษัทเชิงประสิทธิภาพ บริษัททำธุรกิจอะไร แล้วก็มีองค์ประกอบธุรกิจการค้าเป็นยังไงบ้าง ชี้แนะให้ตรึกตรองจาก Business Model Canvas ตัวอย่างเช่น ค่าของบริษัท,ความเกี่ยวพันกับลูกค้า,หนทางการจำหน่าย,กิจกรรมหลัก พาร์ทเนอร์หลัก,ทรัพยากรหลัก,ส่วนประกอบรายได้ และก็องค์ประกอบเงินลงทุน รวมถึงอีกต้นเหตุที่สำคัญมาก เป็น การเสี่ยงของธุรกิจ ฐานรากบริษัทเชิงจำนวน บริษัทมีงบการเงินยังไง แล้วก็งบการเงินมีคุณภาพแค่ไหน เสนอแนะให้พินิจพิเคราะห์ทุกงบการเงิน ตัวอย่างเช่น งบประมาณแสดงฐานะด้านการเงิน ,งบประมาณผลกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ,งบประมาณกระแสการเงินสด งบประมาณแสดงความเคลื่อนไหวส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วก็ หมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึง ข้อคิดเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ผู้บริหาร รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวโยง สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ตัวบริษัทเองเลย เป็น ผู้ที่เกี่ยวโยงกับบริษัทนั้น ไล่ตั้งแต่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรจะค้นเรื่องราวโกง หรือจังหวะที่จะโกงของแต่ละคนอย่างระมัดระวัง จังหวะเติบโต ธุรกิจการค้าที่ดีจะต้องมีคุณภาพดีแล้ว ธุรกิจที่ดีก็จะต้องมีการเจริญเติบโตด้วย นักลงทุนการวิเคราะห์ช่องทางการเจริญเติบโตของรายได้ กำไรทั้งสิ้น แล้วก็เงินโบนัสของบริษัท ผ่านมุมมองต่างๆค่ารากฐานของธุรกิจ บริษัทต้องมีราคาเท่าไร นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุที่จะประยุกต์ใช้สำหรับในการประมาณคุณค่าอย่างมีเหตุผล เลือกแนวทางที่ยอดเยี่ยมแล้วก็เหมาะสมกับกิจการค้า ยุทธวิธีการลงทุน ก่อนที่จะจำหน่ายหุ้นทุกคราว นักลงทุนควรจะมีแผนในใจเสมอว่าจะมีเป้าการลงทุนอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะซื้อ เมื่อไรจะถือ และก็เมื่อใดจะขาย การวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าจะมีผลให้การลงทุนมีคุณภาพ การจัดพอร์ตฟอลิโอ นอกเหนือจากการที่จะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังจำต้องทราบอีกด้วยว่าจะซื้อหุ้นในจำนวนเท่าใดของพอร์ต การจัดสรรการเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอ 10 จิตวิทยาการลงทุน สำหรับเพื่อการลงทุนทุกหน นักลงทุนจำต้องรู้จักตัวเอง และก็จำเป็นต้องรู้จักคนอื่นเพราะว่า แต่ละคนกำลังคิดอะไร แต่ละคนกำลังตกอยู่ในสภาพการณ์ความรู้สึกแบบไหน อคติหรือข้อผิดพลาดใดกำลังเกาะประทับใจของแต่ละคนอยู่ พวกเราจะต้องก้าวผ่านอคติในใจพวกเราเอง แล้วก็พวกเราจำเป็นต้องใช้อคติที่อยู่ในใจผู้อื่นให้มีคุณประโยชน์ ทั้งหมดทั้งปวงนี่ เป็น สิ่งที่จำต้องไตร่ตรองก่อนซื้อหุ้น ตัว Read more ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะเสนอแนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง กล่าวโทษรู้ที่เกี่ยวกับการลงทุนก่อน เพียงพอพวกเรารู้เรื่องมากยิ่งขึ้นแล้วก็ได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเหมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกัน
แล้วหากพวกเราจะเปิด พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ? ปัญหาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วในขณะที่จะเปิด พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยชี้แนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญก่อน

1. อัตราคอมไม่ชัน
อย่างที่พวกเรารู้กันว่า ครั้งใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อแล้วก็ขายหุ้นนั้น เว้นแต่ค่าหุ้นที่พวกเราจะต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำหน่ายหุ้น หรือที่เรียกกันชินปากว่า ค่าคอมไม่ชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท แม้โบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมไม่ชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราต้องจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท แล้วก็ในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังที่กล่าวถึงมาแล้วมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมไม่ชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
แล้วก็เมื่อใคร่ครวญผลกำไรจากการซื้อและก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันมีต้นเหตุมาจากค่าคอมไม่ชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังที่ได้กล่าวมาแล้ว พี่ทุยชี้แนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าใดยิ่งดีเพียงแค่นั้น
2. 
ไร้ค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย
ค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย เป็น รายการจ่ายอย่างต่ำต่อการค้าขายต่อวัน ดังเช่น โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 0.25% แม้กระนั้นมีอย่างต่ำอยู่ที่ 50 บาท แปลว่า หากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น โน่นเป็น พวกเราซื้อทั้งสิ้นรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมไม่ชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเสริมเติมเลย พวกเราต้องเสียค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 50 บาท เนื่องจากว่าเป็นอย่างต่ำที่โบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแค่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยปกติเงินออมบางทีอาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาจำหน่ายชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายตัว รวมทั้งแบ่งเข้าซื้อหลายรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในทุกวันยังเป็นจำนวนเงินไม่เยอะแยะ มีทิศทางที่จะจำเป็นต้องจ่ายค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำกันทุกเมื่อเชื่อวันที่มีการค้าขายหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
โน่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะอะไรจะต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมไม่ชันอย่างน้อยนั่นเอง
3. 
วัสดุ
อุปกรณ์ที่พวกเรากล่าวถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยปรับให้พวกเราค้าขายหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับค้าขายหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บรวมทั้งแอปพลิเคชัน ได้เลย หรือถ้าเกิดลงทุนมาสักระยะถ้าเกิดมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยปรับให้พวกเราค้าขายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพเยอะขึ้นด้วยเหตุว่าจะช่วยให้พวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถถามไถ่กับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีอุปกรณ์อะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. 
ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาค้าขาย รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นให้กับพวกเรา บางครั้งบางคราวพวกเราบางครั้งก็อาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดทั้งวัน หลายครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นความจำกัดก็คือส่วนมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าผู้คนจำนวนมาก หากมือใหม่ที่พึ่งเริ่มลงทุนบางครั้งก็อาจจะมิได้รับการติดต่อมากแค่ไหน โดยเหตุนี้ถ้าเกิดพวกเรามีคำถามบางครั้งก็อาจจะจะต้องเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อถามข้อมูลอื่นๆด้วยตัวเอง
5. 
บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกต้นเหตุนึงที่สำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนตัวเรามีความรู้สึกว่าบทวิจารณ์เป็นอย่างกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้านี้กระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยเลือกเฟ้นหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มอีกว่าพวกเราน่าจะค้าขายเช่นไร Read more มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มาจับผิดหุ้นกัน??

มาจับผิดหุ้นกัน??

การ จับผิด” ตัวหุ้นที่มองเห็นได้ง่ายรวมทั้งแจ่มกระจ่างที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของจำนวนการค้าขายหลักทรัพย์ในตลาดวันต่อวัน หุ้นตัวไหนที่มีจำนวนการค้าขาย มากยิ่งกว่าธรรมดามากมาย” นั้นคงจะวัดจากจำนวนการค้าขายหุ้นเทียบกับ Market Cap. ของหุ้นของบริษัท โดยธรรมดา ผมรู้สึกว่าหุ้นที่มีจำนวนการค้าขายต่อวันสูงยิ่งกว่า 1% 

ก็คงจะนับว่าเป็นหุ้นที่มีการ เก็งกำไร” สูง ซึ่งก็คือว่ามีคนเล่นหุ้นตัวนั้นมากมาย เป็นซื้อหุ้นมาเพื่อจะขายต่อได้กำไรอย่างเร็ว พวกเขาคงจะมิได้นึกถึงเรื่องของเบื้องต้นของธุรกิจการค้านักแม้กระนั้นมักเน้นย้ำที่ข่าวสารหรือ สตอปรี่” ของบริษัทที่ชอบไม่ค่อยใช่หรือเป็นได้ยาก ด้วยเหตุนี้ เวลาพวกเราพินิจพิจารณาหุ้นพวกนี้ พวกเราบางครั้งอาจจะต้องระมัดระวังว่า ราคาหุ้นบางทีก็อาจจะสูงยิ่งกว่าค่ารากฐานถ้าหากเรื่องราวต่างๆนั้นได้โอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นหรือเปล่าเสร็จสูง อย่างไรก็แล้วแต่ จำนวนจำนวนการค้าขายหุ้นนี้ก็คงจะควรมีการคาดคะเนว่ามันสูงเกิน 1% ไปๆมาๆน้อยขนาดไหน เหมือนกัน พวกเราจะต้องมองว่าจำนวนหุ้นหมุนวนในตลาดของหุ้นตัวนั้นเป็นเยี่ยงไร เพราะเหตุว่าถ้าหากหุ้นเวียนนั้นมีน้อยดังเช่น มีเพียงแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ อัตราการค้าขาย 1% ก็จะยิ่งมองสูงมากขึ้น แม้กระนั้นถ้าหากหุ้นหมุนวนสูง อัตรา 1% ต่อวันก็บางครั้งอาจจะยอมรับได้
การจับผิดในด้านของราคาหุ้นนั้น สิ่งที่ผมจะมองก็คือ ความเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น” โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ เร่าร้อน” มากมายนั้น ราคาที่ปรับพฤติกรรมขึ้นหรือลงชอบสูงยิ่งกว่าธรรมดามากมาย บางวันกระโจนขึ้น 3-5% โดยที่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลยหรือมีแต่ว่าข่าวสารที่มิได้น่าระทึกใจในด้านของฐานราก อาทิเช่น ผู้บริหารหรือ ที่มาของข่าว” คาดว่าผลกำไรตรีกนกนี้จะ โต” ฯลฯ ลักษณะของราคาหุ้นที่ดีดตัวขึ้นแรงเป็นประจำนั้น สิ่งที่ผมตื่นตระหนกก็คือ มันบางครั้งอาจจะเป็นหุ้นที่ถูก “Corner” หรือหุ้นที่ผู้บริหารแล้วก็/หรือนักลงทุนรายใหญ่ได้ซื้อหุ้นจนถึงคงเหลือในมือของนักลงทุนรายย่อยน้อยมากกระทั่งทำให้เมื่อมีคนเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มเติม ราคาก็จะ กระโจน” ขึ้นไปแรงมากมาย ในเหตุการณ์แบบงี้ ราคาหุ้นก็ชอบ อยู่สำหรับเพื่อการควบคุม” ของคนบางบุคคลหรือบางกรุ๊ปได้
ในที่สุดในเรื่องของราคาหุ้นก็คือ ผมชอบมอง Market Cap. ของหุ้นก่อนจะเริ่มเข้าไปพินิจพิจารณา เพราะเหตุว่าค่าตลาดของหุ้นนั้นมันบ่งถึง ขนาด” ของธุรกิจว่ามันใหญ่ขนาดไหน ซึ่งผมก็ชอบมองว่ามันอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร คู่แข่งขันที่มีขนาดใหญ่มี Market Cap. เยอะแค่ไหนเทียบกับขนาดของบริษัท ถ้าหากพบว่าบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มิได้ใหญ่มโหฬารนักหรือยอดจำหน่ายของบริษัทก็มิได้สูงมากมายแม้กระนั้นค่าหุ้นของบริษัทในช่วงเวลานั้นสูง เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท” ผมก็จำเป็นต้องระวังมากมายเวลาพินิจพิจารณา หรือไม่ก็เลิกดูหรือเลิกพึงพอใจไปเลย เพราะว่าจังหวะที่พวกเราจะซื้อหุ้นน่าจะมีน้อย หรือถ้าหากซื้อก็ได้โอกาส ไม่ถูกอย่างแรง” สูง Read more มาจับผิดหุ้นกัน??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น ตัวจำต้องมองอะไรบ้าง เป็นอีก ปัญหาคลาสสิกที่ถามง่าย แต่ว่าตอบยากมากมาย เพราะว่าปัญหานั้นช่างยืดยาวเกินกว่าจะตอบให้จบได้ในบรรทัดเดียว อย่างกระนั้นเลย วันนี้ ก็เลยเขียนเนื้อหาบทความขึ้นมาตอบให้เสียเลยว่า การจะซื้อหุ้นสักตัวนั้นจำต้องใคร่ครวญอะไรบ้าง 

1 ต้นสายปลายเหตุมหภาค บริษัทได้รับผลพวงต่อต้นเหตุมหภาคอย่างไรบ้าง ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก PESTEL Model ยกตัวอย่างเช่น การบ้านการเมือง เศรษฐกิจ,รูปแบบทางสังคม,เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม รวมทั้งข้อบังคับ ลักษณะอุตสาหกรรม บริษัทได้อยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด รวมทั้งอุตสาหกรรมมีความรู้สำหรับการชิงชัยแค่ไหน เสนอแนะให้ตรึกตรองจาก 5 Forces Model ดังเช่น ต้นสายปลายเหตุจากลูกค้า,เหตุจากคู่ค้า เหตุจากการประลองในอุตสาหกรรมเอง,ต้นสายปลายเหตุจากผู้เล่นรายใหม่ รวมทั้งต้นสายปลายเหตุจากผลิตภัณฑ์ตอบแทน รากฐานบริษัทเชิงประสิทธิภาพ บริษัททำธุรกิจอะไร แล้วก็มีองค์ประกอบกิจการค้าเป็นยังไงบ้าง ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก Business Model Canvas ดังเช่น ค่าของบริษัท,ความเกี่ยวพันกับลูกค้า,หนทางการจำหน่าย,กิจกรรมหลัก พาร์ทเนอร์หลัก,ทรัพยากรหลัก,ส่วนประกอบรายได้ แล้วก็ส่วนประกอบทุน รวมถึงอีกเหตุที่สำคัญมาก เป็น การเสี่ยงของธุรกิจ รากฐานบริษัทเชิงจำนวน บริษัทมีงบการเงินยังไง และก็งบการเงินมีคุณภาพเท่าไร ชี้แนะให้พินิจทุกงบการเงิน เป็นต้นว่า งบประมาณแสดงฐานะทางด้านการเงิน ,งบประมาณผลกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ,งบประมาณกระแสการเงินสด งบประมาณแสดงความเคลื่อนไหวส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วก็ หมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึง ข้อคิดเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ผู้บริหาร และก็บุคคลที่เกี่ยวพัน สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งไม่แพ้ตัวบริษัทเองเลย เป็น ผู้ที่เกี่ยวพันกับบริษัทนั้น ไล่ตั้งแต่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรจะค้นหาเรื่องราวโกง หรือช่องทางที่จะคดโกงของแต่ละคนอย่างพิถีพิถัน จังหวะเติบโต กิจการค้าที่ดีควรจะมีคุณภาพดีแล้ว กิจการค้าที่ดีก็ต้องมีการเจริญเติบโตด้วย นักลงทุนการวิเคราะห์จังหวะการเจริญเติบโตของรายได้ กำไรทั้งสิ้น และก็โบนัสของบริษัท ผ่านมุมมองต่างๆราคาเบื้องต้นของกิจการค้า บริษัทจะต้องมีราคาเท่าใด นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นเหตุที่จะประยุกต์ใช้สำหรับในการประมาณคุณค่าอย่างมีเหตุผล เลือกแนวทางที่ดีแล้วก็เหมาะสมกับธุรกิจ แผนการการลงทุน ก่อนที่จะค้าขายหุ้นทุกคราว นักลงทุนควรจะมีแผนในใจเสมอว่าจะมีเป้าการลงทุนอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะซื้อ เมื่อไรจะถือ รวมทั้งเมื่อใดจะขาย การวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าจะก่อให้การลงทุนมีคุณภาพ การจัดพอร์ตฟอลิโอ นอกเหนือจากที่จะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังจำต้องทราบอีกด้วยว่าจะซื้อหุ้นในจำนวนเท่าใดของพอร์ต การจัดสรรการเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอ 10 จิตวิทยาการลงทุน สำหรับในการลงทุนทุกหน นักลงทุนจะต้องรู้จักตัวเอง แล้วก็จำต้องรู้จักคนอื่นๆเพราะ แต่ละคนกำลังคิดอะไร แต่ละคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ความรู้สึกแบบไหน อคติหรือข้อผิดพลาดใดกำลังเกาะซาบซึ้งใจของแต่ละคนอยู่ พวกเราจำต้องก้าวผ่านอคติในใจพวกเราเอง และก็พวกเราจำเป็นต้องใช้อคติที่อยู่ในใจบุคคลอื่นให้มีประโยชน์ ทั้งผองนี่ เป็น สิ่งที่จำต้องพิเคราะห์ก่อนซื้อหุ้น ตัว

Read more ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??