มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะเสนอแนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง ใส่ความรู้ที่เกี่ยวโยงกับการลงทุนก่อน พอเพียงพวกเรารู้เรื่องเยอะขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเหมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกัน
แล้วถ้าหากพวกเราจะเปิด พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ? ปัญหาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วตอนที่จะเปิด พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยเสนอแนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญก่อน

1. อัตราคอมไม่ชัน
อย่างที่พวกเรารู้กันว่า ครั้งใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อและก็ขายหุ้นนั้น เว้นแต่ราคาหุ้นที่พวกเราจำเป็นต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจำต้องจ่ายค่าธรรมเนียมค้าขายหุ้น หรือที่เรียกกันชินปากว่า ค่าคอมไม่ชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท ถ้าหากโบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมไม่ชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราควรต้องจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท รวมทั้งในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมไม่ชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
และก็เมื่อใคร่ครวญผลกำไรจากการซื้อแล้วก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันมีต้นเหตุมาจากค่าคอมไม่ชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังกล่าวข้างต้น พี่ทุยเสนอแนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าไรยิ่งดีแค่นั้น
2. 
ไม่มีคุณค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย
ค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย เป็น ค่าใช้จ่ายอย่างน้อยต่อการค้าขายต่อวัน อาทิเช่น โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 0.25% แต่ว่ามีอย่างต่ำอยู่ที่ 50 บาท แปลว่า หากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น โน่นเป็น พวกเราซื้อทั้งหมดทั้งปวงรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมไม่ชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วถ้าหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเพิ่มเติมอีกเลย พวกเราควรต้องเสียค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 50 บาท เพราะว่าเป็นอย่างต่ำที่โบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแค่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยธรรมดาเงินออมบางทีก็อาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาจำหน่ายชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายตัว และแบ่งเข้าซื้อหลายรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในทุกๆวันยังเป็นจำนวนเงินไม่มากมาย มีลัษณะทิศทางที่จะจำเป็นต้องจ่ายค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำกันทุกวี่วันที่มีการจำหน่ายหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
โน่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะเหตุไรจำเป็นต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมไม่ชันอย่างน้อยนั่นเอง
3. 
วัสดุ
อุปกรณ์ที่พวกเราเอ๋ยถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยให้พวกเราค้าขายหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับค้าขายหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บแล้วก็แอปพลิเคชัน ได้เลย หรือถ้าหากลงทุนมาสักระยะถ้าหากมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้ปรับพวกเราจำหน่ายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเหตุว่าจะช่วยให้พวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถถามกับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีอุปกรณ์อะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. 
ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับเพื่อการจำหน่ายหุ้นให้กับพวกเรา บางเวลาพวกเราบางครั้งก็อาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดวัน หลายครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงด้วยเหมือนกัน แต่ว่าความจำกัดก็คือส่วนมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าหลายๆคน หากมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มลงทุนบางครั้งอาจจะมิได้รับการติดต่อเยอะแค่ไหน ด้วยเหตุนี้หากพวกเรามีปัญหาบางทีอาจจะควรเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อซักถามรายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ด้วยตัวเอง
5. 
บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกต้นเหตุนึงที่สำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนตัวสำหรับเรามีความคิดว่าบทวิจารณ์เป็นราวกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้านี้กระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยเลือกหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มอีกว่าพวกเราน่าจะค้าขายยังไง Read more มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น ตัวจะต้องมองอะไรบ้าง เป็นอีก ปริศนาคลาสสิกที่ถามง่าย แม้กระนั้นตอบยากมากมาย เนื่องจากว่าปัญหานั้นช่างยืดยาวเกินกว่าจะตอบให้จบได้ในบรรทัดเดียว อย่างกระนั้นเลย วันนี้ ก็เลยเขียนเนื้อหาของบทความขึ้นมาตอบให้เสียเลยว่า การจะซื้อหุ้นสักตัวนั้นจำต้องไตร่ตรองอะไรบ้าง

1 ต้นสายปลายเหตุมหภาค บริษัทได้รับผลพวงต่อต้นสายปลายเหตุมหภาคอย่างไรบ้าง ชี้แนะให้พินิจจาก PESTEL Model อาทิเช่น การบ้านการเมือง เศรษฐกิจ,รูปแบบทางสังคม,เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม แล้วก็ข้อบังคับ ลักษณะอุตสาหกรรม บริษัทได้อยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด รวมทั้งอุตสาหกรรมมีความรู้สำหรับเพื่อการแข่งเยอะแค่ไหน ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก 5 Forces Model เป็นต้นว่า สาเหตุจากลูกค้า,สาเหตุจากคู่ค้า สาเหตุจากการประลองในอุตสาหกรรมเอง,ต้นเหตุจากผู้เล่นรายใหม่ รวมทั้งสาเหตุจากผลิตภัณฑ์ชดเชย ฐานรากบริษัทเชิงประสิทธิภาพ บริษัททำธุรกิจอะไร แล้วก็มีองค์ประกอบธุรกิจการค้าเป็นยังไงบ้าง ชี้แนะให้ตรึกตรองจาก Business Model Canvas ตัวอย่างเช่น ค่าของบริษัท,ความเกี่ยวพันกับลูกค้า,หนทางการจำหน่าย,กิจกรรมหลัก พาร์ทเนอร์หลัก,ทรัพยากรหลัก,ส่วนประกอบรายได้ และก็องค์ประกอบเงินลงทุน รวมถึงอีกต้นเหตุที่สำคัญมาก เป็น การเสี่ยงของธุรกิจ ฐานรากบริษัทเชิงจำนวน บริษัทมีงบการเงินยังไง แล้วก็งบการเงินมีคุณภาพแค่ไหน เสนอแนะให้พินิจพิเคราะห์ทุกงบการเงิน ตัวอย่างเช่น งบประมาณแสดงฐานะด้านการเงิน ,งบประมาณผลกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ,งบประมาณกระแสการเงินสด งบประมาณแสดงความเคลื่อนไหวส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วก็ หมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึง ข้อคิดเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ผู้บริหาร รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวโยง สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ตัวบริษัทเองเลย เป็น ผู้ที่เกี่ยวโยงกับบริษัทนั้น ไล่ตั้งแต่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรจะค้นเรื่องราวโกง หรือจังหวะที่จะโกงของแต่ละคนอย่างระมัดระวัง จังหวะเติบโต ธุรกิจการค้าที่ดีจะต้องมีคุณภาพดีแล้ว ธุรกิจที่ดีก็จะต้องมีการเจริญเติบโตด้วย นักลงทุนการวิเคราะห์ช่องทางการเจริญเติบโตของรายได้ กำไรทั้งสิ้น แล้วก็เงินโบนัสของบริษัท ผ่านมุมมองต่างๆค่ารากฐานของธุรกิจ บริษัทต้องมีราคาเท่าไร นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุที่จะประยุกต์ใช้สำหรับในการประมาณคุณค่าอย่างมีเหตุผล เลือกแนวทางที่ยอดเยี่ยมแล้วก็เหมาะสมกับกิจการค้า ยุทธวิธีการลงทุน ก่อนที่จะจำหน่ายหุ้นทุกคราว นักลงทุนควรจะมีแผนในใจเสมอว่าจะมีเป้าการลงทุนอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะซื้อ เมื่อไรจะถือ และก็เมื่อใดจะขาย การวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าจะมีผลให้การลงทุนมีคุณภาพ การจัดพอร์ตฟอลิโอ นอกเหนือจากการที่จะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังจำต้องทราบอีกด้วยว่าจะซื้อหุ้นในจำนวนเท่าใดของพอร์ต การจัดสรรการเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอ 10 จิตวิทยาการลงทุน สำหรับเพื่อการลงทุนทุกหน นักลงทุนจำต้องรู้จักตัวเอง และก็จำเป็นต้องรู้จักคนอื่นเพราะว่า แต่ละคนกำลังคิดอะไร แต่ละคนกำลังตกอยู่ในสภาพการณ์ความรู้สึกแบบไหน อคติหรือข้อผิดพลาดใดกำลังเกาะประทับใจของแต่ละคนอยู่ พวกเราจะต้องก้าวผ่านอคติในใจพวกเราเอง แล้วก็พวกเราจำเป็นต้องใช้อคติที่อยู่ในใจผู้อื่นให้มีคุณประโยชน์ ทั้งหมดทั้งปวงนี่ เป็น สิ่งที่จำต้องไตร่ตรองก่อนซื้อหุ้น ตัว Read more ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

เคล็ดลับไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำต้องทราบ

เคล็ดลับไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำต้องทราบ

วันนี้ผมก็เลยมี เคล็ดลับไม่ลับการลงทุนสำหรับมือใหม่” อีกทั้ง ข้อ มาแบ่งปันกัน พวกเรามาดูกันเลยว่ากลยุทธ์ไม่ลับทั้งยัง ข้อนั้นมีอะไรบ้าง ?

1. “ลงทุนในตนเอง
การลงทุนที่ยอดเยี่ยม เป็นการลงทุนในตัวคุณเอง” เป็นคำบอกเล่ายอดนิยมของนักลงทุนย้ำคุณประโยชน์ (VI) ระดับตำนานของโลก อย่างปู่วอร์เรน บัฟเฟต เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มลงสู่สนามจริง ควรลงทุนในวิชาความรู้ก่อน โดยไม่จำเป็นจำเป็นที่จะต้องไปเสียตังค์ซื้อหลักสูตรเรียนแพงเพียงแค่หาเรียนฟรีตามเครือข่ายสังคม หาอ่านจากหนังสือดีก็พอเพียงแล้วในการลงทุนในพื้นฐาน
การลงทุนในตนเอง อีกทั้งวิชาความรู้รวมทั้งสุขภาพ จะไม่มีผู้ใดมาแย่งมันไปจากคุณได้ การลงทุนอย่างงี้ยิ่งลงทุน ยิ่งเติบโต ยิ่งดียิ่งขึ้น เป็นการลงทุนที่ดียิ่งกว่าการลงทุนในทรัพย์สินอะไรก็ตามทั้งมวล อย่าลืมว่าตัวคุณเองเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดนะครับ
2. 
รู้จัก ตนเอง
แน่ๆว่าทุกคนที่เข้ามาลงทุนล้วนอยากได้ผลกำไรหรือผลตอบแทนที่มาขึ้น แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะมุ่งกินกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว สิ่งจำเป็นที่จำเป็นจะต้องคุณจะต้องทราบก่อนเป็นขั้นตอนแรกเลย ก็คือ จุดหมายสำหรับในการลงทุนจำเป็นต้องแน่ชัด” เป็นต้นว่า อยากได้ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ อยากเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อเก็บไว้เป็นมรดกให้บุตรหลานถัดไป ฯลฯ เมื่อคุณทราบวัตถุประสงค์การลงทุนที่กระจ่างแจ้งแล้ว ก็จะสามารถเลือกวิถีทางแล้วก็กระบวนการลงทุนได้อย่างเหมาะควรที่จะช่วยทำให้คุณไปสู่จุดมุ่งหมายได้จริง
อีกสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งไม่แพ้กัน เป็นจะต้องรู้สึกตัวเองว่า รับการเสี่ยงได้ขนาดไหน?” อย่ามองดูแม้กระนั้นที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว
3. 
เงินทุนสำรอง
ข้อนี้จะไม่เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง แต่ว่าเสนอแนะว่าต้องการให้มีกันทุกคน มันก็คือ เงินออม” หรือ เงินทุนสำรองเผื่อเร่งด่วน” โดยขั้นต่ำจะต้องมีเงินออมไว้ราว 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน ซึ่งควรที่จะเก็บเอาไว้ที่ซึ่งสามารถนำเงินออกมาใช้ได้เร็วรวมทั้งการเสี่ยงต่ำ อย่างเช่น เงินออมออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงินตรา ฯลฯ
4. 
ใช้ เงินเย็น
การลงทุนในหุ้นนั้นมี การเสี่ยง” เงินที่จะเอามาลงทุนต้องเป็น เงินเย็น” เอาง่ายๆก็คือ เงินที่คุณมิได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเงินที่ไม่เป็นผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ หรือสามารถเสียไปโดยที่ไม่ลำบาก (แม้กระนั้นถ้าหากขาดทุนหนักก็เครียดเช่นกัน 555)
ยิ่งกว่านั้น ชี้แนะว่าอย่าเพิ่งจะใช้เงินกู้ยืม หรือ Leverage สำหรับเพื่อการเล่นหุ้น เนื่องจากว่าควรมีภาระหน้าที่อีกทั้งดอก รวมทั้งรายจ่ายอื่นๆตามมา โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคุณขาดทุนหนักจะมีผลให้พวกเราเป็นหนี้เป็นสินตามมาอีกด้วย
5. 
รู้จัก หุ้น” ที่จะลงทุน
ประการแรกจะต้องรู้เรื่องไม่เหมือนกันระหว่างคำว่า เล่นหุ้น” กับ การลงทุนในหุ้น” เสียก่อน โดยคำว่า เล่นหุ้น” นั้น ชอบหมายความว่าการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นจากส่วนต่างราคาหุ้น ส่วน การลงทุนในหุ้น” จะเน้นย้ำไปที่การลงทุนระยะยาว มองดูที่รากฐานของหุ้นเป็นหลัก โดยคาดหมายผลตอบแทนจากการเจริญเติบโตของบริษัท รวมทั้งเงินโบนัสเป็นหลัก สำหรับมือใหม่ ขอชี้แนะให้เริ่มลงทุนระยะยาวเป็นลำดับแรก อย่าพึ่งไปเล่น เก็งกำไร” เพราะเหตุว่าโดยสถิติแล้วส่วนมากชอบจบไม่สวยนัก
การลงทุนในหุ้นตัวไหน คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่า หุ้นตัวนั้นประกอบธุรกิจอะไร ผลที่เกิดจากการดำเนินงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แล้วก็เทรนในอนาคตเป็นเยี่ยงไร ข้อมูล บทวิจารณ์ ข่าวสาร ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ รวมทั้งฯลฯ ยิ่งทราบแล้วก็รู้เรื่องในหุ้นหรือบริษัทที่คุณจะลงทุนมากมายก็ยิ่งดี ที่สำคัญเป็น จำต้องรู้จักพินิจพิจารณา รวมทั้งประมาณมูลค่าที่จริงจริง เพื่อจะได้วางแผนลงทุนได้อย่างแม่นยำ
6. 
รักษา ทุน” ให้ได้ก่อน
วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนระดับตำนานของโลก เคยกล่าวไว้ว่า กฎการลงทุนมี ข้อ ข้อแรกเป็นอย่าขาดทุน ข้อสองเป็นอย่าลืมกฎข้อแรก” กระบวนการลงทุนที่เยี่ยมที่สุด เป็น อย่าขาดทุน” ในทีแรกๆอย่าพึ่งจุดโฟกัสที่ผลกำไรเป็นหลัก ด้วยเหตุว่าความคาดหมายที่ต้องการจะได้กำไรสูงจะก่อให้กำเนิดความโลภละโมบ จนถึงบางโอกาสนำมาซึ่งการตัดสินใจที่บกพร่องได้ ฉะนั้น สิ่งจำเป็นที่คุณจำต้องถามตนเองเสมอเป็น พวกเราจะลดการเสี่ยงสำหรับในการขาดทุนได้ยังไง? Read more เคล็ดลับไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำต้องทราบ

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น ตัวจำต้องมองอะไรบ้าง เป็นอีก ปัญหาคลาสสิกที่ถามง่าย แต่ว่าตอบยากมากมาย เพราะว่าปัญหานั้นช่างยืดยาวเกินกว่าจะตอบให้จบได้ในบรรทัดเดียว อย่างกระนั้นเลย วันนี้ ก็เลยเขียนเนื้อหาบทความขึ้นมาตอบให้เสียเลยว่า การจะซื้อหุ้นสักตัวนั้นจำต้องใคร่ครวญอะไรบ้าง 

1 ต้นสายปลายเหตุมหภาค บริษัทได้รับผลพวงต่อต้นเหตุมหภาคอย่างไรบ้าง ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก PESTEL Model ยกตัวอย่างเช่น การบ้านการเมือง เศรษฐกิจ,รูปแบบทางสังคม,เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม รวมทั้งข้อบังคับ ลักษณะอุตสาหกรรม บริษัทได้อยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด รวมทั้งอุตสาหกรรมมีความรู้สำหรับการชิงชัยแค่ไหน เสนอแนะให้ตรึกตรองจาก 5 Forces Model ดังเช่น ต้นสายปลายเหตุจากลูกค้า,เหตุจากคู่ค้า เหตุจากการประลองในอุตสาหกรรมเอง,ต้นสายปลายเหตุจากผู้เล่นรายใหม่ รวมทั้งต้นสายปลายเหตุจากผลิตภัณฑ์ตอบแทน รากฐานบริษัทเชิงประสิทธิภาพ บริษัททำธุรกิจอะไร แล้วก็มีองค์ประกอบกิจการค้าเป็นยังไงบ้าง ชี้แนะให้พิเคราะห์จาก Business Model Canvas ดังเช่น ค่าของบริษัท,ความเกี่ยวพันกับลูกค้า,หนทางการจำหน่าย,กิจกรรมหลัก พาร์ทเนอร์หลัก,ทรัพยากรหลัก,ส่วนประกอบรายได้ แล้วก็ส่วนประกอบทุน รวมถึงอีกเหตุที่สำคัญมาก เป็น การเสี่ยงของธุรกิจ รากฐานบริษัทเชิงจำนวน บริษัทมีงบการเงินยังไง และก็งบการเงินมีคุณภาพเท่าไร ชี้แนะให้พินิจทุกงบการเงิน เป็นต้นว่า งบประมาณแสดงฐานะทางด้านการเงิน ,งบประมาณผลกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ,งบประมาณกระแสการเงินสด งบประมาณแสดงความเคลื่อนไหวส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วก็ หมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึง ข้อคิดเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ผู้บริหาร และก็บุคคลที่เกี่ยวพัน สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งไม่แพ้ตัวบริษัทเองเลย เป็น ผู้ที่เกี่ยวพันกับบริษัทนั้น ไล่ตั้งแต่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรจะค้นหาเรื่องราวโกง หรือช่องทางที่จะคดโกงของแต่ละคนอย่างพิถีพิถัน จังหวะเติบโต กิจการค้าที่ดีควรจะมีคุณภาพดีแล้ว กิจการค้าที่ดีก็ต้องมีการเจริญเติบโตด้วย นักลงทุนการวิเคราะห์จังหวะการเจริญเติบโตของรายได้ กำไรทั้งสิ้น และก็โบนัสของบริษัท ผ่านมุมมองต่างๆราคาเบื้องต้นของกิจการค้า บริษัทจะต้องมีราคาเท่าใด นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นเหตุที่จะประยุกต์ใช้สำหรับในการประมาณคุณค่าอย่างมีเหตุผล เลือกแนวทางที่ดีแล้วก็เหมาะสมกับธุรกิจ แผนการการลงทุน ก่อนที่จะค้าขายหุ้นทุกคราว นักลงทุนควรจะมีแผนในใจเสมอว่าจะมีเป้าการลงทุนอย่างไรบ้าง เมื่อไรจะซื้อ เมื่อไรจะถือ รวมทั้งเมื่อใดจะขาย การวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าจะก่อให้การลงทุนมีคุณภาพ การจัดพอร์ตฟอลิโอ นอกเหนือจากที่จะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังจำต้องทราบอีกด้วยว่าจะซื้อหุ้นในจำนวนเท่าใดของพอร์ต การจัดสรรการเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอ 10 จิตวิทยาการลงทุน สำหรับในการลงทุนทุกหน นักลงทุนจะต้องรู้จักตัวเอง แล้วก็จำต้องรู้จักคนอื่นๆเพราะ แต่ละคนกำลังคิดอะไร แต่ละคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ความรู้สึกแบบไหน อคติหรือข้อผิดพลาดใดกำลังเกาะซาบซึ้งใจของแต่ละคนอยู่ พวกเราจำต้องก้าวผ่านอคติในใจพวกเราเอง และก็พวกเราจำเป็นต้องใช้อคติที่อยู่ในใจบุคคลอื่นให้มีประโยชน์ ทั้งผองนี่ เป็น สิ่งที่จำต้องพิเคราะห์ก่อนซื้อหุ้น ตัว

Read more ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??